ประสบการณ์ IoT Depa Hackathon 2017

 Isaranu,  22.8.2017 , 

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่งานเข้ามารุมล้อมผมหลายอย่างมากครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นงานพัฒนาเว็บไซต์และงาน Startup ที่ดำรงตำแหน่งเป็น CTO อยู่ในขณะนี้ แต่ เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน ก็มีโทรศัพท์จากทางทีมผู้จัดงาน โทรมาแจ้งว่า ที่สมัคร IoT DEPA Hackathon 2017 ไปน่ะ ผ่านแล้วนะครับ.
ผมก็ตอบตกลงไป ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่า จะเตรียมอะไรไปแข่งดี มีแค่โจทย์ว่า ต้อง apply สิ่งที่มี ให้ออกมาเป็น smart farm.


งาน IoT Depa Hackathon 2017 จัดขึ้นวันที่ 19-20 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยจัดที่ Dtac house จามจุรี สแควร์ และนี่เป็นครั้งแรกของ ผมที่จะได้เข้ามาที่นี่ หลังจากที่เห็นเพื่อนขา Dev ใน facebook โพสต์กันบ่อยๆ. ส่วนเรื่องการเตรียมของของผมที่จะไปแข่ง บอกได้เลย ว่าขนไปแทบทุกอย่าง 555. เครื่องมือ, บอร์ด, chip ทุกตัวที่มี เพราะไม่ทราบว่าจะแข่งกันแบบไหน.


"Dtac House", สวรรค์แห่งการ coding ของผม

ปกติผม coding ที่ห้องทำงานที่บ้าน หรือร้านกาแฟต่างๆ ก็จะเปลี่ยนอิริยาบถได้ไม่มากเท่าไร อย่างมากก็เดินไปเดินมานิดหน่อย แต่ที่ Dtac House สถาณที่จัดการแข่งขันนั้น บอกเลยว่าเจ๋งมากๆ. Hackathon ที่จัดนี้, จัดบนชั้น 32 ในส่วนของ Academy zone.










บรรยากาศน่านั่งทำงานมากๆครับ บนชั้น 32 นี้มีห้องที่เป็นเหมือนห้องเรียนและห้องประชุมอยู่มากมาย บริเวณทางเดินก็มีเบาะโซฟาและ เก้าอี้ให้นั่งพักผ่อน หรือใครจะเอาคอมมานั่ง coding ก็ได้ไม่ว่ากัน

ส่วนห้องอาบน้ำ, ทาง dtac ก็จัดเตรียมไว้ให้ที่ชั้น 38 ครับ ชั้นนี้ เป็นชั้นที่มี Fitness, ลู่วิ่ง, โต๊ะปิงปอง และอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้มากมาย.

เรื่องอาหารการกินก็หายห่วงครับ เพราะที่นี่มีเตรียมไว้ให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ, เครื่องดื่ม, ขนม และที่สำคัญ อาหารทุกมื้ออร่อย มากๆครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากมานั่ง coding ที่นี่บ่อยๆ 555.








"โจทย์ออกมาแล้ว"

ตอนบ่าย 19 ส.ค. พอลงทะเบียน และฟังบรรยายเปิดงานเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาชี้แจงโจทย์แต่ละส่วน ซึ่งส่วนของผม smart farm, ได้ โจทย์มาว่า "ปลูกพืชในที่แคบ และแนวตั้ง" .. เรียกว่าสตั้นไป 10 วินาทีกับคำว่า "แนวตั้ง".

แต่นี่ก็เป็นเสน่ห์การแข่งแบบ Hackathon จริงๆ คือไม่ว่าได้โจทย์มาอย่างไร ก็ต้องพยายามทำให้ได้ ในเวลาที่จำกัด.

แต่... Hardware ที่ผมเตรียมมา มันสำหรับทำแนวนอน จะทำอย่างไรล่ะทีนี้ เอาเป็นว่าเขียน code ฝั่ง hardware ก่อนดีกว่า

โดยผมเริ่มจากการเชื่อมต่อ esp8266 เข้ากับ IoTtweet, Temperature & Humidity sensor เพื่ออ่านค่าอุณหภูมิความชื้น, เชื่อมกับ Servo เพื่อทำ การหมุน pad ของกระถางต้นไม้ และ Servo เปิดวาวล์ปั้มน้ำแบบจำลอง (ที่ว่าจำลองเนี่ย เพราะไม่ได้ใส่น้ำนะครับ แต่จริงๆแล้วทำงาน ได้), ส่วนของ OLED เพื่อแสดงสถานะข้อมูล, แล้วก็ LED ring ที่ให้แสงสว่างกับต้นไม้ของเรา



เพราะว่าผมมาแค่คนเดียวในครั้งนี้ เลยต้องแบ่งเนื้องานให้เหมาะกับเวลาก่อน โดยผมแบ่งส่วนเป็น การทำ Hardware และต่อวงจรก่อน จากนั้นก็เริ่ม coding ตามรายละเอียด แต่ทุกอย่างต้องเสร็จไม่เกินเที่ยงคืน หลังจากนั้นก็ค่อยปั่น Presentation slide ไม่ไหวเมื่อไรก็งีบ ละกัน

ผลออกมาว่าผมทำเสร็จเรียบร้อยภายในเที่ยงคืนครึ่ง!! สบายล่ะ, แต่ปัญหาถัดไปคือจะนอนยังไง ผมเลยแอบไปนอนที่โซฟาในโซนอื่นๆ ที่ไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่ก็แอบมีรปภ.มาเดินสองไฟใส่ 2-3 ครั้ง

ส่วนทีมอื่นๆ ยอมรับว่าขยันขันแข็งจริงๆ ก่อนจะนอน ผมแอบไปเดินดูแต่ละห้องมาครับ เรียกว่ายังไม่มีใครมีทีท่าว่าจะง่วงเลย มีแต่ staff นี่แหละ ยังอุตส่าห์เฝ้า แม้ว่าจะแอบหลับ แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า support ดีมากๆครับ








เช้าวันรุ่งขึ้น 20 ส.ค., ก็เริ่มทำการ Pitching ผลงานกันตั้งแต่ 8:00 เลยทีเดียว สภาพแต่ละทีมก็จะมึนๆกันเล็กน้อย ผลงานของทีมอื่นๆ ต้องบอกเลยว่ามีแต่เจ๋งๆครับ ที่ผมประทับใจคือ ทีม "ข้าวฟ่าง" ที่ทำอุปกรณ์ตรวจจับการล้มของผู้สูงอายุ (Fall detection) แล้วทีมนี้ก็ได้รางวัลนวัต กรรมยอดเยี่ยมไปด้วย







สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงใน IoT depa Hackathon 2018

ผมลองสรุปด้วยความคิดเห็นส่วนตัวคร่าวๆไว้ดังนี้นะครับ

"WiFi หลุดบ่อย และเป็นแบบต้องเข้าหน้า Browser ใส่ Username, Password"

แน่นอนครับว่า การทำ IoT ก็ต้องให้อุปกรณ์เราเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งโดยทั่วไปก็จะเป็น WiFi ที่ใส่ username, password แล้วก็สั่งมัน connect ก็จบเลย แต่ความลำบากมันอยู่ตรงที่ WiFi ที่จัดเตรียมไว้ให้ เป็นแบบต้องเข้าหน้า Browser ก่อน แล้วค่อยกรอก pasword เลยทำให้หลายๆทีม (ผมว่าทุกทีมนะ) ต้องเปิด Hotspot ของตัวเอง และ WiFi ที่ให้มา ก็หลุดค่อนข้างบ่อย เวลา debug กับ website ทำให้ไม่ทราบว่า bug ใน code หรือเปล่า


"ความลำบากในการหาอุปกรณ์มาตอบโจทย์"

Hackathon โดยทั่วๆไป ก็จะเป็นการ coding กันสดๆ หลังจากได้รับโจทย์มา แต่นั่นก็ใช้แค่คอมพิวเตอร์ในการเขียน code และรันออก มาตามโจทย์ที่ได้ แต่ IoT มันไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ มันต้องใช้อุปกรณ์พวกบอรด์วงจร, เซนเซอร์ต่างๆ และ/หรือ ชิ้นส่วนต่างๆมาทำเป็น Project demo ย่อมๆเลยก็ว่าได้ เมื่อได้รับโจทย์มา ก็มีหลายทีมที่เตรียมของมาไม่ตรงโจทย์ (คือไม่ตรงจริงๆ) แต่ก็ยังมีสปิริตในการแข่ง ทำต่อจนจบ

ส่วนตัวผมเองคิดว่า รูปแบบที่อยากให้เป็นคือ มีบอร์ดควบคุมเตรียมไว้ให้จำนวนนึง, มีเซนเซอร์ให้เลือกใช้งานได้ ซึ่งสอดคล้องกับโจทย์ และก็อุปกรณ์ทั่วๆไป รวมไปถึงบริการต่างๆบนระบบ cloud ที่มีเตรียมไว้ให้ เพื่อใช้ในการแข่งขัน เมื่อรับโจทย์, ก็ไปเลือกของ แล้วก็มา เขียน code กันใหม่เลย แบบนี้สิ ที่เรียกว่า Pure Hackathon จริงๆ

ที่เหลือภาพรวมทั้งหมด โดยทั่วไปก็ดีมากๆครับ เป็นการแข่งขันที่สนุก และได้ความรู้และไอเดียกลับไปอย่างเต็มเปี่ยมเลย ปีหน้าว่าจะ มาสมัครใหม่อีกรอบครับ :)

รูปภาพการแข่งขัน ผมเอาลงในนี้ไม่หมดนะครับ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ : DEPA Internet of Things


Isaranu.